หากพูดถึงอาณาจักรโซเชียลมีเดียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ชื่อแรกที่ทุกคนต้องนึกถึงย่อมหนีไม่พ้น Meta บริษัทแม่ของแพลตฟอร์มยอดฮิตที่เราใช้กันอยู่ทุกวันอย่าง Facebook, Instagram, WhatsApp และ Messenger ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา กราฟผู้ใช้งานของ Meta มีแต่พุ่งทะยานขึ้นไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง
แต่แล้วในรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ประจำปี 2026 ที่เพิ่งประกาศออกมา โลกก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ายอดผู้ใช้งานของ Meta ลดลงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เกิดอะไรขึ้นกับยักษ์ใหญ่รายนี้? คนเริ่มเบื่อโซเชียลมีเดียแล้ว หรือมีเบื้องหลังอะไรซ่อนอยู่ วันนี้เราจะมาเจาะลึกและสรุปให้ฟังกันแบบเข้าใจง่าย
ตัวเลขผู้ใช้งานที่หายไป เป็นสัญญาณเตือนหรือแค่เรื่องชั่วคราว
ก่อนอื่นเรามาดูตัวเลขกันก่อน ในไตรมาสที่ 1 ปี 2026 ตัวเลขผู้ใช้งานรายวัน (Daily Active People หรือ DAP) ของแอปพลิเคชันในเครือ Meta ทั้งหมด เฉลี่ยอยู่ที่ 3.56 พันล้านคน แม้จะดูเป็นตัวเลขที่มหาศาล แต่เมื่อนำไปเทียบกับไตรมาสที่ 4 ปี 2025 กลับพบว่า ตัวเลขนี้ลดลงไปประมาณ 5% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกเลยตั้งแต่ Meta เริ่มนับรวมสถิติผู้ใช้งานแบบรวมศูนย์ที่กราฟหัวปักลงแบบนี้
สาเหตุจริงๆ คือการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่เพราะคนเลิกเล่น
เมื่อเห็นข่าวว่าผู้ใช้งานลดลง หลายคนอาจจะด่วนสรุปว่า อ้าว คนเลิกเล่น Facebook หรือ Instagram แล้วเหรอ? แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น ทาง Meta ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจนว่าการลดลงตัวของจำนวนผู้ใช้นั้น ไม่ได้เกิดจากความนิยมที่ถดถอยลง แต่มาจากปัญหาด้าน “ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics)” นอกประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรง
- การบล็อกการเข้าถึงในรัสเซีย: รัฐบาลรัสเซียได้ยกระดับการควบคุมอินเทอร์เน็ต และบล็อกการเข้าถึงบริการของ WhatsApp อย่างหนักหน่วง ทำให้ผู้ใช้งานหลายสิบล้านคนหายไปจากระบบ
- ปัญหาอินเทอร์เน็ตในอิหร่าน: สถานการณ์ความไม่สงบและการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตในอิหร่าน ทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงบริการของ Meta ได้ตามปกติ
จะเห็นได้ว่าสาเหตุหลักมาจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท มากกว่าจะเป็นปัญหาจากตัวแพลตฟอร์มเอง
ผู้ใช้ลดลง แต่กำไรพุ่ง
จุดที่น่าสนใจที่สุดของรายงานฉบับนี้คือ แม้ผู้ใช้งานจะลดลง แต่กระเป๋าตังค์ของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก กลับตุงขึ้นกว่าเดิม Meta รายงานว่าบริษัทกวาดรายได้รวมไปถึง 5.63 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเติบโตขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ทำไมถึงเป็นแบบนั้น
- โฆษณาแสดงผลมากขึ้น: ยอดการแสดงผลโฆษณา (Ad Impressions) บนแพลตฟอร์มเพิ่มขึ้นถึง 19%
- ค่าโฆษณาแพงขึ้น: ราคาค่าโฆษณาเฉลี่ยต่อชิ้นปรับตัวสูงขึ้น 12% พูดง่ายๆ คือ ถึงแม้คนจะใช้งานน้อยลงในบางพื้นที่ แต่ฝั่งธุรกิจและแบรนด์ต่างๆ ยังคงยอมจ่ายเงินแพงขึ้นเพื่อซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มของ Meta เพราะระบบหลังบ้านมีความแม่นยำและสร้างผลตอบแทนได้คุ้มค่านั่นเอง
Meta ทุ่มหมดหน้าตักให้กับ AI
แม้รายได้จะเติบโต แต่ราคาหุ้นของ META กลับร่วงลงราว 6-9% หลังการประกาศผลประกอบการ สาเหตุหลักมาจากความกังวลของนักลงทุนต่อค่าใช้จ่ายมหาศาลที่บริษัทกำลังจะลงทุนในอนาคต
Meta ประกาศปรับเพิ่มคาดการณ์งบลงทุน (CapEx) สำหรับปี 2026 ขยับขึ้นไปสูงถึง 1.25 – 1.45 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปทุ่มเทให้กับการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และซื้อชิปประมวลผลสำหรับพัฒนาเทคโนโลยี AI ขั้นสูง นอกจากนี้ แผนก Reality Labs ที่ดูแลโปรเจกต์โลกเสมือน (Metaverse) ก็ยังคงมีตัวเลขขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้ถึง 4.03 พันล้านดอลลาร์
การลดลงของยอดผู้ใช้งาน Meta ในครั้งนี้ อาจเป็นเพียงการสะดุดล้มชั่วคราวจากผลกระทบระดับโลก มากกว่าจะเป็นสัญญาณแห่งการล่มสลาย บริษัทยังคงเป็นเครื่องจักรทำเงินที่ทรงพลัง และกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากยุคโซเชียลมีเดียแบบดั้งเดิม ก้าวเข้าสู่ยุคของการเป็นบริษัทเทคโนโลยี AI อย่างเต็มตัว ซึ่งเราคงต้องจับตากันต่อไปว่า การเดิมพันด้วยเงินลงทุนมหาศาลในครั้งนี้ จะนำพา Meta ให้กลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้หรือไม่ในอนาคต